ไปยังหน้า : |
[Font : 15 ]
|
| | |
พระอานนท์ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในแคว้นสักกะ ที่ศากยนิคมชื่อนครกะ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! ณ ที่นั้น ข้าพระองค์ได้ฟังมาได้จำมาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพรถภาคว่า `อานนท์! ในกาลบัดนี้ เราตถาคตยอ่มอยู่ด้วยสุญญตาวิหารเป็นส่วนมาก' ดังนี้. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! ข้อนี้เป็นอันว่า ข้าพระองค์ได้ฟังมาดี ได้รับมาดี ได้ทำในใจไว้ดี ได้ทรงจำไว้ดีแลหรือ พระเจ้าข้า!"
อานนท์! ถูกแล้ว ข้อนั้นเป็นอันว่าเธอได้ฟังแล้วดี ได้รับแล้วดี ได้ทำในใจไว้แล้วดี ได้ทรงจำไว้แล้วดี, แล้ว. อานนท์! ทั้งในกาลก่อนและในกาลนี้ เราตถาคตย่อมอยู่ด้วยสุญญตาวิหารเป็นส่วนมาก
(ต่อจากนี้ ได้ตรัสถึงสิ่งที่เรียกว่าสุญญตาวิหารพร้อมทั้งอุปมาเป็นลำดับไป ตั้งต้นแต่คามสัญญา-มนุสสสัญญา-อรัญญสัญญา-ปฐวีสัญญา-อากาสานัญจายตนสัญญา-วิญญาณัญ-จายตนสัญญา-อากิญจัญญายตนสัญญา-กระทั่งถึงเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ซึ่งยังมิใช่เป็นชั้นปรมานุตตรสุญญตา; แล้วตรัสถึงอนิมิตตเจโตสมาธิ และการรู้ซึ่งโทษแห่งความเป็นสังขตธรรมของสมาธินั้น มีจิตพ้นจากอาสวะทั้ง 3 ไม่มีความกระวนกระว่าย(ทรถา)เพราะอาศัยอาสวะทั้ง 3 นั้นมีแต่สักว่าความกระวนกระวาย (ทรถมตฺตา) อันเกิดจากการมีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติบ้าง; และตรัสเรียกวิหารธรรมนี้ว่า ปรมานุตตรสุญญตา; และทรงยืนยันว่า มีหลักอย่างนี้ทั้งในกาลอดีต อนาคตปัจจุบัน; และทรงชักชวนให้ศึกษาการเข้าอยู่ด้วยปรมานุตตรสุญญตา.)
- บาลี จูฬสุญญตสูตร อุปริ. ม. 14/226/334. ตรัสแก่พระอานนท์ ที่บุพพาราม มิคารมาตุปราสาท.